สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย สรุปภาวะตลาดตราสารหนี้ไทย ปี 2564 และแนวโน้มปี 2565 - ASEAN All News

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันพุธที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2565

สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย สรุปภาวะตลาดตราสารหนี้ไทย ปี 2564 และแนวโน้มปี 2565


12 มกราคม 2565

ในปี 2564 ตลาดตราสารหนี้ไทยมีเหตุการณ์สำคัญสรุปได้ ดังนี้

1. มูลค่าการออกหุ้นกู้ระยะยาวทะลุ 1 ล้านล้านบาทเป็นปีที่สอง โดยมียอดการออกที่ 1,034,572 ล้านบาท สูงขึ้นร้อยละ 50 จากปีก่อนหน้า เป็นการเพิ่มขึ้นจากทั้งกลุ่ม Investment grade และ High yield โดยหุ้นกู้ที่ออกในกลุ่ม High yield ส่วนใหญ่เป็นหุ้นกู้มีประกันที่กว่าร้อยละ 53 เป็นการค้ำประกันโดยนิติบุคคลอื่น

2. การออกตราสารหนี้ประเภทใหม่ที่เรียกว่า ตราสารหนี้ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-linked Bond: SLB) ที่ผู้ออกจะกำหนดเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่ต้องการบรรลุผลสำเร็จและเชื่อมโยงความสำเร็จกับการจ่ายอัตราดอกเบี้ย โดยในปีที่ผ่านมามีผู้ออก 2 ราย คือ บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป มูลค่ารวม 11,000 ล้านบาท และ
บมจ. อินโดรามา เวนเจอร์ส มูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท

3. ตราสารหนี้เพื่อสิ่งแวดล้อม สังคมและความยั่งยืน (ESG bond) มีมูลค่าการออกในปี 2564 ที่
152,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 77 จากปีที่แล้ว (ไม่รวมการออก SLB bond) ทำให้มูลค่าคงค้างของ ESG bond ณ สิ้นปี 2564 ขยายตัวขึ้นกว่า 2 เท่าจากสิ้นปีก่อนหน้า แสดงให้เห็นว่าทั้งผู้ออกและนักลงทุนมีความตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม สังคมและความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง

4. การออกตราสารหนี้อ้างอิงอัตราดอกเบี้ยธุรกรรมซื้อคืนระยะข้ามคืน (Thai Overnight Repurchase Rate: THOR) ที่พัฒนาขึ้นเพื่อนำมาทดแทนอัตราดอกเบี้ย THBFIX ที่จะยุติการเผยแพร่ในปี 2566 มี
ธนาคารแห่งประเทศไทยและบริษัทเอกชน 5 รายเป็นผู้ออก โดย ณ สิ้นปี 2564 ตราสารหนี้อ้างอิง THOR มี
มูลค่าคงค้างรวม 306,448 ล้านบาท

5. บมจ.ปตท.สผ. ออกหุ้นกู้ภาคเอกชนโดยใช้เทคโนโลยี Blockchain เสนอขายต่อนักลงทุนทั่วไปเป็น
ครั้งแรกในเอเชีย มูลค่า 6,000 ล้านบาท และกระทรวงการคลังได้ออกพันธบัตรออมทรัพย์ผ่าน
แอปพลิเคชันเป๋าตัง “วอลเล็ต สบม.” จำนวน 4 รุ่น มูลค่ารวม 25,000 ล้านบาท โดยจนถึงปัจจุบันกระทรวงการคลังออกพันธบัตรออมทรัพย์บนวอลเล็ต สบม. ทั้งหมด 6 รุ่น รวมมูลค่า 30,200 ล้านบาท

6. เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2564 การถือครองตราสารหนี้ไทยโดยนักลงทุนต่างชาติทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.03 ล้านล้านบาท โดยในปี 2564 มีการถือครองเพิ่มขึ้นสุทธิ 144,330 ล้านบาท แบ่งเป็น
ในตราสารหนี้ระยะยาว 141,064 ล้านบาท และในตราสารหนี้ระยะสั้น 3,266 ล้านบาท โดย ณ สิ้นปี 2564 นักลงทุนต่างชาติมียอดการถือครองตราสารหนี้ไทยที่ 1.02 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 6.8 ของมูลค่าคงค้างตราสารหนี้ไทย

7. ณ สิ้นปี 2564 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย (Bond yield) อายุ 2 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้น 27 bps. จาก 0.39% เมื่อสิ้นปี 2563 มาอยู่ที่ 0.66% รุ่นอายุ 5 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้น 68 bps. จาก 0.61% มาอยู่ที่ 1.29% และรุ่นอายุ 10 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้น 61 bps. จาก 1.28% มาอยู่ที่ 1.90%

8. ส่วนชดเชยความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit spread) ในปี 2563 ปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกอันดับเครดิต ขณะที่ในปี 2564 ปรับตัวลดลงทุกอันดับเครดิต ทำให้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หุ้นกู้อันดับเครดิตตั้งแต่ AA ขึ้นไปมี
Credit spread อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าก่อนเกิดโควิดเมื่อปลายปี 2562 แต่หุ้นกู้อันดับเครดิตตั้งแต่ A ลงไปยังมี
Credit spread อยู่ในระดับที่สูงกว่าก่อนเกิดโควิด และเมื่อนำไปรวมกับ Bond yield อายุ 5 ปี สามารถสรุปได้ว่าต้นทุนการออกหุ้นกู้ของผู้ออกอันดับเครดิต AAA และ AA อยู่ในระดับใกล้เคียงกับก่อนเกิดโควิด ในขณะที่ผู้ออกที่มีอันดับเครดิต A, BBB+, BBB และ BBB- ยังมีต้นทุนสูงกว่าก่อนเกิดโควิดในระดับ 25 bps., 76 bps., 34 bps. และ 12 bps. ตามลำดับ

จากปัจจัยต่างๆ ได้แก่ แนวโน้มเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น การแพร่ระบาดของโควิดและทิศทางการขยายตัวทางเศรษฐกิจของโลกที่มีแนวโน้มดีขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจไทยคาดว่าจะมีอัตราการขยายตัวในระดับต่ำจากอุตสาหกรรม
การท่องเที่ยวที่ยังกลับมาได้ไม่เต็มที่ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยคาดว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในทุกรุ่นอายุ โดยรุ่นอายุ 2 ปี คาดว่าจะขยับตัวสูงขึ้นราว 10 bps. มาเคลื่อนไหวอยู่ที่บริเวณ 0.75% ณ สิ้นปี 2565 ส่วนรุ่นอายุ 5 และ 10 ปี คาดว่าจะขยับตัวสูงขึ้นประมาณ 50-60 bps. มาอยู่ที่ 1.7-1.8% และ 2.3-2.5% ตามลำดับ

สำหรับปริมาณการออกหุ้นกู้ระยะยาว สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยคาดการณ์ยอดการออกหุ้นกู้ระยะยาวในปี 2565 จะทะลุ 1 ล้านล้านบาทเป็นปีที่สาม เนื่องจากเชื่อว่าบริษัทเอกชนไทยจะยังมีความต้องการลงทุนทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวประกอบกับอัตราดอกเบี้ยที่ยังไม่อยู่ในระดับสูงและสภาพคล่องในระบบการเงินที่ยังมีอยู่มาก 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad

Pages