ก.ล.ต. ศึกษาแนวทางกำกับดูแล Virtual Capital Market ตามแผนขับเคลื่อนตลาดทุนไทยสู่ ตลาดทุนดิจิทัล - ASEAN All News

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

Wednesday, September 14, 2022

ก.ล.ต. ศึกษาแนวทางกำกับดูแล Virtual Capital Market ตามแผนขับเคลื่อนตลาดทุนไทยสู่ ตลาดทุนดิจิทัล


ก.ล.ต. เดินหน้าผลักดันตลาดทุนไทยสู่ ตลาดทุนดิจิทัล ตามแผนยุทธศาสตร์ของ ก.ล.ต. อย่างต่อเนื่อง เผยอยู่ระหว่างศึกษาพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีใหม่ที่มีผลกระทบต่อตลาดทุนในทุกมิติ ในยุค Web 3.0 เพื่อกำหนดแนวทางและนโยบายกำกับดูแลตลาดทุนที่เหมาะสมรองรับ Virtual Capital Market โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 4 ปี 2565

นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ในปัจจุบันพัฒนาการด้านเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วซึ่งเป็นผลต่อการเปลี่ยนแปลงกิจกรรม และวิธีการทำธุรกรรมในตลาดทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์และบริการในรูปแบบออนไลน์ รวมทั้งเทคโนโลยีบล็อกเชน และ Web 3.0* ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแบบกระจายศูนย์ (distributed & decentralized) ที่อาจมีการประยุกต์ใช้งานหลายลักษณะที่อาจแพร่หลายในอนาคต ก.ล.ต. ในฐานะทำหน้าที่กำกับดูแลและพัฒนาตลาดทุนไทย เห็นความจำเป็นในการศึกษาพัฒนาการและแนวทางกำกับดูแลการใช้งานเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การนำเทคโนโลยีบล็อกเชน และ Web 3.0 มาประยุกต์ใช้ในภาคการเงินและตลาดทุน ซึ่งอาจนำไปสู่ Virtual Capital Market รวมทั้งเพื่อให้เห็นถึงแนวโน้มและทิศทางในการพัฒนาและการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่อาจทำให้ภูมิทัศน์ (landscape) ของตลาดทุนไทยเปลี่ยนแปลงไปในอนาคต

“การศึกษาในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ของ ก.ล.ต. ปี 2565 –2567 ในการขับเคลื่อนให้ตลาดทุนไทยไปสู่ตลาดทุนดิจิทัล เพื่อส่งเสริมให้ตลาดทุนไทยมีการเติบโตอย่างยั่งยืน สามารถแข่งขันกับตลาดทุนต่างประเทศและส่งเสริมศักยภาพเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่ง ก.ล.ต. ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การปรับภูมิทัศน์การกำกับดูแลตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลให้มีความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและเท่าทันต่อพัฒนาการของธุรกิจและสภาพการณ์ปัจจุบัน การยกระดับการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อเพิ่มการคุ้มครองผู้ลงทุน รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ในตลาดทุนไทยอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Infrastructure: DIF) เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการระดมทุน และ การนำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับช่วยตรวจสอบการกระทำผิดในตลาดทุน (E-enforcement)” เลขาธิการ กล่าว

สำหรับการศึกษาในครั้งนี้ ครอบคลุมพัฒนาการของเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่อาจมีผลกระทบและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว (disruption) ต่อตลาดทุนในมิติต่าง ๆ ทั้งผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน วิธีการระดมทุนของภาคธุรกิจ ลักษณะการให้บริการและการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้อง พฤติกรรมของผู้ลงทุน ตลอดจนวิธีการในการกำกับดูแลของหน่วยงานกำกับดูแลที่อาจต้องปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้องและเท่าทันกับพัฒนาการของเทคโนโลยี ในการติดตามดูแลความเสี่ยงในรูปแบบใหม่ ๆ ที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้ลงทุนและผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาดทุน รวมทั้งจะศึกษาเกี่ยวกับกฎหมาย และแนวทางการกำกับดูแลการใช้งานเทคโนโลยีสมัยใหม่ในต่างประเทศ เพื่อนำมาปรับใช้กับการกำหนดแนวทางและนโยบายการกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ต่อไป โดยคาดว่าการศึกษาดังกล่าวจะแล้วเสร็จในไตรมาส 4 ปี 2565


No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad







Pages