“พาณิชย์” ชู “หัตถกรรมไทย” สร้างแบรนดิ้งให้ประเทศไทย ปั้นคราฟต์ไทยลุยตลาดของที่ระลึก คาดเงินสะพัดกว่า 7 พันล้าน ดึง “บัวขาว” สะท้อน Soft Power อวดสายตาชาวโลก ในงาน “Andaman Craft Festival” ภูเก็ต - ASEAN All News

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

Wednesday, March 15, 2023

“พาณิชย์” ชู “หัตถกรรมไทย” สร้างแบรนดิ้งให้ประเทศไทย ปั้นคราฟต์ไทยลุยตลาดของที่ระลึก คาดเงินสะพัดกว่า 7 พันล้าน ดึง “บัวขาว” สะท้อน Soft Power อวดสายตาชาวโลก ในงาน “Andaman Craft Festival” ภูเก็ต

กระทรวงพาณิชย์ โดยสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ sacit จัดงาน “Andaman Craft Festival” สุดยิ่งใหญ่ สร้างแบรนดิ้งให้กับประเทศไทยด้วยสินค้าหัตถกรรมไทย ปลุกนักท่องเที่ยวถนนคนเดินภูเก็ตให้คึกคักถึงขีดสุด ชู “บัวขาว บัญชาเมฆ” สะท้อนพลัง Soft Power ผ่านกางเกงมวยไทยผ้าไหมสุดอลังการครั้งแรกของโลก ร่วมกับ “แอนนา เสือ” ประกาศศักดาแฟชั่น ผ้าไทยให้โลกรู้ หวังแบ่งเค้กสินค้า Soft Power ที่กำลังมาแรง คาดสร้างมูลค่าการค้าตลาดของขวัญ- ของที่ระลึกในปีนี้ สะพัดกว่า 7 พันล้านบาท 






นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประธานในพิธีเปิดงาน “Andaman Craft Festival” เปิดเผยว่า ประเทศไทยนับว่าเป็นประเทศที่มีความได้เปรียบและ มีจุดแข็งของประเทศในหลายด้าน โดยเฉพาะในด้านการท่องเที่ยวเพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่มีความสวยงามและอุดมสมบูรณ์ เรื่องของอาหารที่มีรสชาติอร่อยเป็นที่ยอมรับในระดับโลก รวมถึงความสวยงามและเสน่ห์ในด้านงานศิลปหัตถกรรมที่สะท้อนภูมิปัญญาและมรดกทางวัฒนธรรม กระทรวงพาณิชย์ ได้เล็งเห็นความได้เปรียบในทุนทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว จึงมีนโยบายในการผลักดัน Soft Power เพื่อขับเคลื่อน "เศรษฐกิจสร้างสรรค์" สู่ระดับโลก โดยอาศัยจุดแข็งของประเทศ สร้างคุณค่าและเพิ่มมูลค่า ให้สินค้าไทยมีความแตกต่าง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการไทย โดยในแต่ละปีสินค้าและบริการ Soft Power สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศ มีมูลค่าทางการค้าจำนวนมหาศาลถึง 1.45 ล้านล้านบาท ครอบคลุมใน 5 ด้าน หรือที่เรียกว่า 5F ได้แก่ Food อาหารไทย, Film ภาพยนตร์และ ละครไทย , Fashion การออกแบบแฟชั่นไทยและผ้าไทย , Fighting ศิลปะการป้องกันตัวมวยไทย และ Festival เทศกาลประเพณีไทย








กระทรวงพาณิชย์จึงมอบหมายให้ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ sacit นำงานศิลปหัตถกรรมไทยมาสร้างแบรนดิ้งให้แก่ประเทศ โดยดึงเสน่ห์แห่งภูมิปัญญาและความคิดสร้างสรรค์มาต่อยอดทางการค้าเชื่อมโยงเข้ากับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่จะเป็นแรงหนุนให้สินค้า Soft Power ของไทยมีความได้เปรียบทางการค้ามากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ปัจจุบันภาคการท่องเที่ยวของไทยฟื้นตัวกลับมาคึกคัก และส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จ.ภูเก็ต นับเป็นเดสติเนชั่นของผู้คนทั่วโลก เป็นหนึ่งในพื้นที่ลำดับต้นๆที่มีศักยภาพสูง และงาน “Andaman Craft Festival” จะช่วยสร้างสีสัน และส่งเสริมบรรยากาศของการท่องเที่ยวให้น่าประทับใจยิ่งขึ้น และเป็นอีกงานที่นักท่องเที่ยวจะปักหมุด เพื่อมาท่องเที่ยวภูเก็ตอีกครั้งเมื่อมาเยือน โดยในปี ๒๕๖๖ นี้คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมายัง จ.ภูเก็ต มากถึง ๑๒ ล้านคน เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ 8 ล้านคน และนักท่องเที่ยวไทยอีก 4 ล้านคน โดยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมาร่วมกิจกรรมและจับจ่ายใช้สอยผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรม เป็นของขวัญ ของฝากและของที่ระลึก ทั้งภายในงานเองและตลอดระยะเวลาที่ พำนักในประเทศไทย โดยเฉลี่ยคนละ 600 บาท ทั้งนี้ คาดว่าในปี 2566 นี้จะสามารถผลักดันให้ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยในตลาดสินค้าของขวัญของที่ระลึกในจังหวัดภูเก็ตเกิดเม็ดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 7 พันล้านบาท








ด้านนายภาวี โพธิ์ยี่ รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย กล่าวเสริมว่า การจัดงาน “Andaman Craft Festival” ในครั้งนี้เป็นการผสานความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่ คือ จังหวัดภูเก็ต องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต และเทศบาลเมืองภูเก็ต ภายใต้แนวคิด “Hand on the smile with Thai Craft” มอบรอยยิ้มและความประทับใจให้แก่ผู้มาเยือนด้วยงานศิลปหัตถกรรมไทยและความเป็นมิตรของคนไทย สำหรับไฮไลต์ที่เป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ของงาน เมื่อ “บัวขาว บัญชาเมฆ” นักชกแชมป์โลกขวัญใจชาวไทยและโด่งดังไปทั่วโลกถ่ายทอดพลัง “Craft Power” ผ่าน “กางเกงมวยผ้าไหมไทย” สร้างความฮือฮาและเป็นที่กล่าวขวัญถึงของผู้มาร่วมงาน เพราะเป็นกางเกงมวยที่งดงามและวิจิตรมาก สร้างสรรค์ขึ้นจากผ้าไหมสีดำนิลของ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ผสมผสานการปักสะดึงกรึงไหมแบบโบราณฝีมือชั้นครู เป็นงานที่ประณีตบรรจงปักดิ้นทองอย่างละเอียด ให้ความรู้สึกหรูหราสง่างามและเป็นงานหัตถศิลป์ชั้นสูงที่ใกล้สูญหายหาชมได้ยากยิ่ง ส่วนที่เรียกเสียงเฟลช ได้กระหึ่มคือแฟชั่นโชว์ชุดฟินาเล่ของ “แอนนา เสืองามเอี่ยม” Miss Universe Thailand 2022 ที่ขึ้นสวมมงกุฎสะบัดผ้าไทยเดินอวดโฉมเรียกเสียงปรบมืออย่างกึกก้อง ส่วน “ไฮดี้ อมันดา” Miss Grand ภูเก็ต ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เดินนำขบวนพาเหรดสร้างสีสันสุดตระการตา พร้อมนักเรียนนักศึกษาลูกหลานชาวภูเก็ตในชุดพื้นถิ่นน่ารักสดใส เรียกกำลังใจจากนักท่องเที่ยวได้อย่างล้นหลาม นอกจากนี้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้ลองเล่นการละเล่นแบบไทยทั้งมวยไทยไชยาและการเดินกะลา ทดลองทำงานคราฟต์ใน Workshop DIY / ร่วมทำและชิมเมนูอาหารไทย Soft Power ได้แก่ ผัดไทย-ส้มตำ-ขนมครก-ชาเย็น / เพลิดเพลินไปกับงานศิลปหัตถกรรมไทยและงานหัตถกรรมพื้นถิ่นกว่า 30 ร้าน และจุดที่วัยรุ่นสนใจมาก เป็นพิเศษคือมุมถ่ายภาพ Craft Photo เป็นต้น









นอกจากนี้ สิ่งที่นักท่องเที่ยวต่างชาติยังได้ให้ความสนใจ “กางเกงมวยไทย...ผ้าทอไทย” เป็นพิเศษ จับจ่ายซื้อหาเป็นของฝาก โดยให้เหตุผลว่าชื่นชอบและรู้จักศิลปะแม่ไม้มวยไทยมาก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งนี้ กางเกงมวยที่จำหน่ายภายในงานมีความพิเศษแตกต่างจากกางเกงมวยที่มีจำหน่ายทั่วไปซึ่งมักผลิตจากผ้าร่มหรือผ้าซาติน เพราะผลิตจากผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติ จากชุมชนผ้าทออู่ทอง และผ้าขาวม้าทอมือจากชุมชนผ้าทอเมืองเหน่อ จ.สุพรรณบุรี ซึ่งจุดเด่นคือเนื้อผ้าใส่สบายระบายอากาศได้ดีและมีหลากสีสัน ถือเป็น ของที่ระลึกที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก และที่สร้างความประทับใจแก่ผู้ร่วมงาน คือพลังของคนตัวเล็ก น้องกานพลู ด.ญ.อัญช์ณฎา ลักขณา ได้นำเสนอมุมมอง “พลังคนรุ่นใหม่ขับเคลื่อน งานศิลปหัตถกรรมไทยในโลกดิจิทัล” สะท้อนให้คนไทยตระหนักถึงการมีส่วนร่วมสืบสานอนุรักษ์ งานศิลปหัตถกรรมไทยให้คงอยู่คู่สังคมไทย ปิดท้ายงานด้วยคอนเสิร์ตจากทัพศิลปินชื่อดัง คนรุ่นใหม่ อาทิ วง MEAN , SPRITE , วง BAMM , เบล วริศรา และวาดฟ้า ไชยทัพ ที่นอกจากมาสร้างความสนุกสนานเพลิดเพลินด้วยเพลงสุดพิเศษแล้ว ยังสะท้อนพลังของการร่วมสนับสนุนงานศิลปหัตถกรรมไทยไปยังกลุ่มคน รุ่นใหม่ด้วย









นายจุรินทร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า งาน “Andaman Craft Festival” ที่จัดขึ้นในครั้งนี้ เป็นส่วนสำคัญยิ่ง ในการดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเกิดการจับจ่ายใช้สอยผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรม เป็นของขวัญ ของฝาก และ ของที่ระลึก เกิดการกระจายรายได้แก่ผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมไทย ชาวบ้าน ชุมชน และผู้ประกอบการในท้องถิ่น จังหวัดภูเก็ต และในกลุ่มจังหวัดอันดามัน 14 จังหวัดภาคใต้ด้วย จึงนับเป็นการใช้ประโยชน์ จากการท่องเที่ยว ให้เอื้อต่อผลิตภัณฑ์ของชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งยังเป็นการสร้างแบรนดิ้งให้กับประเทศไทย เพื่อให้ทั่วโลกได้เห็นถึงอัตลักษณ์คุณค่าความงดงามของหัตถศิลป์ไทย ให้ได้เกิดภาพจำของสินค้าหัตถกรรมไทยที่ร่วมสมัย เกิดความประทับใจและร่วมภาคภูมิใจในคุณค่างานศิลปหัตถกรรมไทยร่วมกัน


No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad


Pages