นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า การจัดพิธีทางศาสนา 5 ศาสนาในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ผู้ทรงเป็นมิ่งขวัญและศูนย์รวมจิตใจของพสกนิกรชาวไทยทั้งชาติ อีกทั้งทรงมีพระราชปณิธานในการทำนุบำรุงและอุปถัมภ์ศาสนาทุกศาสนาอย่างเสมอภาค รวมถึงทรงส่งเสริมการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม และไว้เป็นมรดกของชาติเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมทั้งเป็นการรวมพลังศรัทธาและความสามัคคีของปวงชนชาวไทยจากทุกศาสนาในวาระโอกาสสำคัญนี้ เนื่องด้วยสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระราชปณิธานอันแน่วแน่ในการทำนุบำรุงและอุปถัมภ์ศาสนาทุกศาสนาอย่างเสมอภาคและต่อเนื่อง ดังนั้น กรมการศาสนาได้ประสานความร่วมมือกับองค์การทางศาสนาทั้ง 15 องค์การ จาก 5 ศาสนา ได้แก่ ศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์ – ฮินดู และศาสนาซิกข์ รวมทั้งหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง จัดพิธีทางศาสนา ๕ ศาสนา โดยมีผู้เข้าร่วมทั้งผู้ประกอบพิธีทางศาสนา ผู้นำทางศาสนา ศาสนิกชน เครือข่ายสถานศึกษา ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กระทรวงวัฒนธรรม โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวมกว่า 800 คน การจัดกิจกรรมประกอบด้วยพิธีถวายพระพรชัยมงคล และพิธีทางศาสนา ๕ ศาสนา เพื่อถวายพระราชกุศล ได้แก่
- พิธีเจริญพระพุทธมนต์ (ศาสนาพุทธ) โดยมีพระพรหมเสนาบดี เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์
- พิธีดุอาอ์ขอพร (ศาสนาอิสลาม) โดยมีผศ.ดร.อับดุลเลาะ หนุ่มสุข รองประธานคณะผู้ทรงคุณวุฒิจุฬาราชมนตรี เป็นประธาน
- พิธีอธิษฐานภาวนา (ศาสนาคริสต์) โดยมีบาทหลวงสมเกียรติ บุญอนันตบุตร สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย เป็นประธาน
- พิธีสวดมนต์ขอพร (ศาสนาพราหมณ์ – ฮินดู) โดยมีพระครูสุริยาเทเวศร์ สานักพราหมณ์พระราชครู ในสานักพระราชวัง เป็นประธาน
- พิธีสวดอัรดาสและกีรตัน (ศาสนาซิกข์) โดยมีนายปินเดอร์ปาลซิงห์ มาดาน นายกสมาคมศรีคุรุสิงห์สภา เป็นประธาน
ซึ่งสะท้อนถึงพลังแห่งศรัทธา ความสมานฉันท์ และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติของประชาชนในสังคมพหุวัฒนธรรม ที่พร้อมใจกันร่วมถวายพระพรชัยมงคลและถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี อันเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างพร้อมเพรียงกัน”
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวต่อว่า พิธีทางศาสนาในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเท่านั้น หากยังเป็นสัญลักษณ์แห่งพลังศรัทธา ความสมานฉันท์ และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติของประชาชนทุกศาสนาในสังคมพหุวัฒนธรรม พร้อมทั้งเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนยึดมั่นในหลักธรรมทางศาสนา ดำรงตนอยู่ในคุณธรรมความดี และร่วมกันธำรงรักษาความสามัคคีของสังคมไทยให้มั่นคงและยั่งยืนสืบไป











No comments:
Post a Comment