"นายกฯ อนุทิน" ย้ำ พลังสตรีคือพลังขับเคลื่อนประเทศ เดินหน้ายกระดับบทบาทผู้หญิง สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของอนาคตประเทศไทย - ASEAN All News

ASEAN All News

ข่าวสารอัพเดท ทันทุกเทรนด์โลก รอบรั้วอาเซียน

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

Monday, June 22, 2026

"นายกฯ อนุทิน" ย้ำ พลังสตรีคือพลังขับเคลื่อนประเทศ เดินหน้ายกระดับบทบาทผู้หญิง สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของอนาคตประเทศไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ทิศทางรัฐบาลในการยกระดับบทบาทสตรี สู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน” ภายใต้โครงการ W-Unity : รวมพลังสตรี เชื่อมใจเพื่อการพัฒนา ต่อสมาชิกและเครือข่ายกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจากทั่วประเทศกว่า 2,000 คน ณ ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี


นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เมื่อพูดถึงการพัฒนาประเทศ หลายคนมักนึกถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจ การลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน หรือเทคโนโลยีสมัยใหม่ แต่แท้จริงแล้ว การพัฒนาประเทศยังสะท้อนผ่านคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะผู้หญิงซึ่งเป็นประชากรกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ และมีบทบาทสำคัญทั้งในฐานะกำลังแรงงาน ผู้ดูแลครอบครัว และผู้นำในทุกภาคส่วน

นายอนุทินได้ตั้งคำถามสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ ผู้หญิงสามารถมีบุตรโดยไม่ต้องกังวลว่าความก้าวหน้าในหน้าที่การงานจะสะดุดหรือไม่ ผู้หญิงสามารถใช้ชีวิตและเดินทางในเมืองได้อย่างปลอดภัยเพียงใด และหากเผชิญความรุนแรงภายในครอบครัว รัฐมีระบบดูแลและคุ้มครองที่เพียงพอหรือไม่ โดยระบุว่า หากสังคมยังไม่สามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน ย่อมหมายความว่ายังมีข้อจำกัดที่ขัดขวางการใช้ศักยภาพของประชาชนได้อย่างเต็มที่


“การยกระดับบทบาทสตรีจึงไม่ใช่เรื่องของผู้หญิงเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของอนาคตประเทศไทยด้วย” นายกรัฐมนตรีกล่าว พร้อมย้ำว่าผู้หญิงในยุคปัจจุบันไม่ได้จำกัดบทบาทอยู่เพียงในครัวเรือนอีกต่อไป แต่ก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในทุกวิชาชีพ ทั้งข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ผู้บริหารองค์กร ผู้พิพากษา นักธุรกิจ และนักการเมือง ขณะเดียวกันก็ยังคงเป็นกำลังสำคัญของครอบครัวและชุมชน


นายอนุทินกล่าวว่า ผู้หญิงคือรากฐานของสถาบันครอบครัว ซึ่งเป็นหน่วยพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของสังคม การสร้างความเข้มแข็งให้กับครอบครัวจึงต้องเริ่มจากการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและโอกาสของผู้หญิงให้สามารถดำรงบทบาทต่าง ๆ ได้อย่างสมดุล ทั้งในฐานะผู้ทำงาน ผู้เลี้ยงดูบุตร และผู้ดูแลสมาชิกในครอบครัว


ในด้านสิทธิและสวัสดิการ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการตั้งครรภ์ การคลอด และการเลี้ยงดูบุตร โดยเห็นว่าเด็กที่เกิดในวันนี้คือกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต จึงจำเป็นต้องช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวให้มากที่สุด หนึ่งในมาตรการสำคัญคือการผลักดันให้บิดาสามารถลาหยุดเพื่อช่วยดูแลบุตรแรกเกิดได้ 15 วัน ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความเท่าเทียมและแบ่งปันภาระความรับผิดชอบภายในครอบครัว

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการพัฒนาเมืองและระบบบริการสาธารณะที่ต้องคำนึงถึงวิถีชีวิตของผู้หญิงมากขึ้น เนื่องจากในแต่ละวันผู้หญิงจำนวนมากต้องรับผิดชอบหลายบทบาท ทั้งดูแลบุตร ดูแลผู้สูงอายุ ทำงาน และจัดการภารกิจต่าง ๆ ของครอบครัว ดังนั้น การออกแบบนโยบายและโครงสร้างพื้นฐานจึงควรตอบโจทย์การใช้ชีวิตของประชาชนอย่างรอบด้าน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนในสังคม


อีกประเด็นสำคัญคือการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งนายอนุทินระบุว่า บ้านควรเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด แต่ในความเป็นจริงยังมีผู้หญิง เด็ก และสมาชิกในครอบครัวจำนวนไม่น้อยที่ต้องเผชิญความรุนแรง ทั้งทางร่างกายและทางวาจา รัฐบาลจึงมุ่งพัฒนาระบบคุ้มครอง การเข้าถึงความช่วยเหลือ และมาตรการป้องกันอย่างเป็นรูปธรรม เพราะไม่สามารถสร้างสังคมที่เข้มแข็งได้ หากยังมีคนจำนวนมากต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดกลัว

นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า หลายประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญกับการยกระดับบทบาทสตรีในฐานะปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะยาว และประเทศไทยก็ต้องเดินหน้าในทิศทางเดียวกัน


“ผมเชื่อว่า เมื่อสุภาพสตรีก้าวไปข้างหน้า ประเทศก็จะก้าวไปข้างหน้า และเมื่อผู้หญิงมีโอกาสใช้ศักยภาพของตนได้อย่างเต็มที่ ประเทศไทยก็จะมีโอกาสใช้ศักยภาพของประเทศได้อย่างเต็มที่เช่นกัน” นายอนุทินกล่าว


ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรียืนยันว่ารัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเสนอจากเครือข่ายสตรีทั่วประเทศ และพร้อมผลักดันทุกมาตรการที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย สิทธิ และโอกาสของผู้หญิง ทั้งในระดับนโยบาย การบริหารราชการ และการปรับปรุงกฎหมาย เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างรวดเร็ว โดยเน้นย้ำว่าการพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน และการเปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่

ด้านนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีอย่างต่อเนื่อง ผ่านการพัฒนาศักยภาพสตรี การสร้างทักษะอาชีพและการตลาด การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารกองทุน การส่งเสริมบทบาทผู้นำสตรีในระดับชุมชน การคุ้มครองสิทธิและความปลอดภัยของสตรี ตลอดจนการสนับสนุนธุรกิจและผลิตภัณฑ์ของสตรีให้เข้าถึงตลาดยุคดิจิทัล เพื่อให้ผู้หญิงไทยสามารถสร้างรายได้ พึ่งพาตนเอง และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน


ขณะที่เครือข่ายกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจากทุกภูมิภาคต่างยืนยันความพร้อมที่จะนำนโยบายของรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติ สร้างโอกาส สร้างอาชีพ และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน โดยเชื่อมั่นว่าพลังของผู้หญิงจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนต่อไป

No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad


Pages