เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ณ True Digital Park (ฝั่ง West) เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานเปิดกิจกรรม “ธรรมะฟันน้ำนม” ภายใต้โครงการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมเพื่อคนทั้งมวล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 พร้อมด้วยนายธาดา เศวตศิลา ที่ปรึกษาประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ดร.อันธิกา ภูวภิรมย์ขวัญ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลช้างเผือก นางสาวธนันรดา ธนานาถ (คุณครูพี่แอม) ผู้แทนมูลนิธิโนอิ้งบุดด้า คณะผู้บริหาร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมการศาสนา เด็กปฐมวัยพร้อมผู้ปกครองจำนวน 100 ครอบครัวเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง
นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า กรมการศาสนา ในฐานะหน่วยงานหลักในการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม และการนำหลักธรรมทางศาสนามาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ได้ให้ความสำคัญกับการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมแก่เด็กปฐมวัย ซึ่งเป็นช่วงวัยสำคัญของการวางรากฐานด้านความคิด อารมณ์ และพฤติกรรม จึงได้ร่วมกับบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ สถาบัน Minddrive Institute จัดกิจกรรม “ธรรมะฟันน้ำนม” ขึ้น เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านหลักสูตร ขับเคลื่อนชีวิตด้วยพลังสติ (Minddrive) ที่บูรณาการศาสตร์ด้านจิตวิทยาการเรียนรู้ ศิลปะธรรมชาติ และหลักศีลธรรมอันดีงาม มุ่งเน้นให้เด็กเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ และการลงมือปฏิบัติในชีวิตประจำวัน เพื่อให้เกิดการซึมซับคุณธรรมอย่างเป็นธรรมชาติ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตร่วมกับครอบครัว โรงเรียน และสังคมได้อย่างเหมาะสม
กิจกรรมดังกล่าวมุ่งเปลี่ยนบทบาทของพ่อแม่จาก “ผู้ควบคุม” เป็น “กัลยาณมิตร” เปลี่ยนการสอนแบบบอกกล่าวให้เป็นการสร้างประสบการณ์เรียนรู้ด้วยตนเอง เปิดโอกาสให้เด็กได้พัฒนาสติ สมาธิ การสื่อสาร การบริหารจัดการอารมณ์ และการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นอันจะเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ
นอกจากกิจกรรมธรรมะฟันน้ำนม กรมการศาสนา ยังได้บูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร คณะสงฆ์ และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมภายใต้โครงการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมเพื่อคนทั้งมวล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประกอบด้วย กิจกรรมธรรมะวัยใส และกิจกรรมธรรมะสัญจรสู่สถานศึกษา ซึ่งดำเนินการระหว่างเดือนมิถุนายน ถึงเดือนสิงหาคม 2569 เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีสติ รู้เท่าทันอารมณ์ สามารถนำหลักธรรมไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน มีทักษะการคิด การตัดสินใจอย่างมีเหตุผล การบริหารจัดการอารมณ์ และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างสันติ อันจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจและเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาสังคมไทยให้มีคุณภาพและเข้มแข็ง
อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการศาสนาหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กิจกรรม “ธรรมะฟันน้ำนม” จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งสติ คุณธรรม และความรักความเข้าใจให้เติบโตในจิตใจของเด็กและครอบครัว ช่วยส่งเสริมพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ ให้เด็กมีสติ รู้เท่าทันตนเอง เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ มีคุณธรรม และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติต่อไป








No comments:
Post a Comment