
นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) แถลงผลสำเร็จการดำเนินงาน “โครงการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลไทย ใส่ใจผู้บริโภคทั่วโลก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” ร่วมกับ นางสาวไปยดา หาญชัยสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร ในฐานะหน่วยงานผู้รับดำเนินการ ทั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.อาลี คาน รองเลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และผู้บริหารทั้งจากภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานด้วย ณ อาคารศูนย์การเรียนรู้อาหารไทย สถาบันอาหาร เมื่อเร็วๆ นี้
![]() |
| นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) |
![]() |
| นางสาวไปยดา หาญชัยสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร |
โครงการดังกล่าวมีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมรวม 120 ราย การดำเนินกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วย การสำรวจและประเมินศักยภาพตลาดอาหารฮาลาลในต่างประเทศเพื่อการส่งออก ได้แก่ ประเทศตุรกี และอินเดีย พบว่าในตลาดตุรกี สินค้าฮาลาลของไทยมีโอกาสเข้าสู่ตลาดผ่านรูปแบบ OEM การส่งออกวัตถุดิบเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน HORECA และการใช้จุดแข็งด้านวัตถุดิบปลอดการดัดแปลงพันธุกรรม หรือ Non-GMO ขณะที่ตลาดอินเดียมีโอกาสจากการพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ทั้งผู้บริโภคมุสลิมและผู้บริโภคมังสวิรัติ รวมถึงการวางกลยุทธ์เข้าสู่ตลาดหลากหลายช่องทาง ได้แก่ ช่องทาง Quick Commerce ร้านค้าเฉพาะทาง กลุ่มโรงแรมและภัตตาคาร หรือ HORECA ไปจนถึงห้างค้าปลีกขนาดใหญ่
นอกจากนี้ยังดำเนินกิจกรรมให้คำปรึกษาเชิงลึกด้านมาตรฐานฮาลาล แก่สถานประกอบการจำนวน 42 กิจการ เพื่อยกระดับความพร้อมด้านมาตรฐานฮาลาลในทุกมิติ รวมถึงการให้คำปรึกษาเชิงลึกด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลแปรรูป สนับสนุนให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลแปรรูปต้นแบบด้วยนวัตกรรม รวม 20 ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Functional Food และโปรตีนทางเลือก ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมนำทัพผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลไทย 58 ราย ร่วมงานจัดแสดงสินค้าในเวทีนานาชาติ ภายใต้กิจกรรมการเชื่อมโยงตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
"ในภาพรวมเมื่อประเมินจากมูลค่าทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการฯ ในครั้งนี้ พบว่ามีมูลค่าราว 1,438 ล้านบาท เป็นผลลัพธ์และความสำเร็จที่เกิดจากการยกระดับมาตรฐานการผลิตและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการเชื่อมโยงสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่เป็นเครื่องบ่งชี้ได้ว่า อาหารฮาลาลไทยมีทั้งคุณภาพ มาตรฐาน นวัตกรรม และศักยภาพที่พร้อมจะเติบโตแบบก้าวกระโดดสู่เวทีสากล เชื่อมั่นว่าโครงการฯ นี้จะเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็น 'ศูนย์กลางฮาลาลแห่งภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Halal Hub)' ได้ตามเป้าหมายอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป" นายศุภกิจ กล่าว













No comments:
Post a Comment