กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ผนึกกำลังกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินหน้าพัฒนาครู สกร. สู่การเป็น “ครูนวัตกร” ผ่านองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มุ่งแก้ปัญหาชุมชน สร้างอาชีพ เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น พร้อมมอบรางวัล MHESI Innovative Teacher Award 2026 ระดับประเทศ เชิดชู 5 ผลงานต้นแบบที่มีศักยภาพต่อยอดสู่การใช้งานจริง
นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงาน Innovative Teacher Award 2026 โดยมีนายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง อว. ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ พร้อมผู้บริหาร ภาคีเครือข่าย และครู สกร. เข้าร่วมงาน
นายอัครนันท์ กล่าวว่า การพัฒนาครูควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกช่วงวัย โดยครู สกร. ซึ่งทำงานใกล้ชิดกับชุมชน สามารถนำองค์ความรู้และเครื่องมือที่ทันสมัยไปสร้างโอกาสทางอาชีพ แก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนยกระดับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจาก Local สู่ Global
ด้านนายดนุพร กล่าวว่า ครู สกร. มีศักยภาพในการเป็น “นักวิจัยประจำชุมชน” เพราะเข้าใจปัญหาและความต้องการของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง โครงการนี้จึงได้รับความร่วมมือจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) อุทยานวิทยาศาสตร์ และเครือข่ายมหาวิทยาลัยในภูมิภาค ร่วมพัฒนากลไกสนับสนุนและจัดตั้งศูนย์สร้างนวัตกร 5 ภูมิภาค เพื่อให้คำปรึกษาทางวิชาการ ตั้งแต่การพัฒนาแนวคิดและต้นแบบ การลดต้นทุน การเพิ่มมูลค่าทรัพยากรท้องถิ่น ไปจนถึงการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์และเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจ พร้อมส่งเสริมให้เยาวชนนอกระบบการศึกษาได้กลับมาเรียนรู้และพัฒนาตนเองสู่การเป็นผู้ประกอบการในชุมชน
ขณะที่ ดร.เกศทิพย์ กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง สกร. และ อว. ดำเนินการผ่านกระบวนการ STEAM4 Innovator ร่วมกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ โดยมีครู สกร. ผ่านการพัฒนาความรู้และทักษะแล้วกว่า 11,721 คน ในจำนวนนี้ผ่านการอบรมเชิงลึกมากกว่า 740 คน และสามารถต่อยอดเป็นโครงการนำร่องต้นแบบนวัตกรรมได้ 106 ผลงาน สะท้อนถึงศักยภาพของครูในการนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ สกร. มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้ตามแนวคิด “Learn to Earn” โดยผสานองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสร้างทักษะอาชีพ เพิ่มมูลค่าทรัพยากร และสร้างรายได้ให้แก่ประชาชน พร้อมพัฒนาบุคลากรให้เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ (Trainer) ครอบคลุมทุกภูมิภาค และเตรียมเชื่อมโยงผลงานนวัตกรรมกับระบบสะสมหน่วยกิต (Credit Bank) เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนต่อยอดความรู้และประสบการณ์สู่การศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ภายในงานมีการมอบรางวัลผลงานนวัตกรรมระดับประเทศ 5 ผลงาน จากผลงานระดับภูมิภาค 25 ผลงาน โดยรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ การพัฒนาผักตบชวาสู่ผลิตภัณฑ์ชุมชน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ชาก้อนพร้อมชง จังหวัดนราธิวาส และรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลิตภัณฑ์จากเศษผ้าพื้นเมือง จังหวัดสกลนคร ซึ่งผลงานที่ได้รับคัดเลือกจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อนำไปต่อยอดและขยายผลในพื้นที่ในปี 2570












No comments:
Post a Comment