พีจีเอทัวร์กับสถิติที่น่าสนใจในเดือนกรกฎาคม “ฮาร์แมน” ฉลองชัยในศึกเมเจอร์ ดิ โอเพน แชมเปี้ยนชิพ “แม็คอิลรอย” ปิดฉากหรูคว้าแชมป์สกอตติช โอเพ่น - ASEAN All News

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

Sunday, August 6, 2023

พีจีเอทัวร์กับสถิติที่น่าสนใจในเดือนกรกฎาคม “ฮาร์แมน” ฉลองชัยในศึกเมเจอร์ ดิ โอเพน แชมเปี้ยนชิพ “แม็คอิลรอย” ปิดฉากหรูคว้าแชมป์สกอตติช โอเพ่น



ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่ ไทเกอร์ วูดส์ คว้าแชมป์ดิ โอเพน แชมเปี้ยนชิพ เมื่อปี ค.ศ. 2006 เขาทำผลงาน 72 หลุมที่สนามรอยัล ลิเวอร์พูล โดยไม่มีตีตกบังเกอร์เลยแม้แต่ครั้งเดียว มาในปีนี้การแข่งขันกอล์ฟเมเจอร์รายการเก่าแก่ที่สุดหวนกลับมาที่สนามแห่งนี้อีกครั้ง และไบรอัน ฮาร์แมน ผงาดครองแชมป์เมเจอร์แรกโดยที่ตีตกทรายเพียงสองครั้ง เอาชนะคู่แข่งขาดลอย 6 สโตรก         


ฮาร์แมนกลายเป็นผู้เล่นเพียงคนเดียวที่ตีด้วยสกอร์อันเดอร์พาร์ในการแข่งขันทั้งสี่รอบ หวนคืนสู่ตำแหน่งแชมป์ครั้งแรกนับตั้งแต่ทำได้ครั้งหลังสุดเมื่อปี 2017 ซึ่งนับเป็นระยะเวลา 6 ปี กับอีก 77 วัน โปรกอล์ฟจากรัฐจอร์เจีย เสียเพียงโบกี้เดียวใน 36 หลุมแรก และแม้ออกสตาร์ทในสองวันสุดท้ายด้วยการเสียสองโบกี้ใน 5 หลุม แต่ก็กลับมาทำอีเวนพาร์ได้เมื่อจบ 9 หลุม         


ฮาร์แมนมีเกมพัตต์ที่แม่นยำตลอดสัปดาห์ เขาทำ 106 พัตต์เท่านั้นในการแข่งขัน 72 หลุม ซึ่งเป็นสถิติน้อยที่สุดของตำแหน่งแชมป์ในช่วง 20 ปีหลังสุด ไม่มีพลาดเลยในการพัตต์ระยะ 10 ฟุต จากทั้งหมด 58 ครั้ง ซึ่งเจ้าตัวให้เครดิตกับแผ่นกระจกซ้อมพัตต์ที่นำมาช่วยแก้ไขปรับปรุงการพัตต์เมื่อช่วงหลายปีก่อน และกลับมาเจออีกครั้งในห้องเก็บของที่บ้านเมื่อไม่นานมานี้ เมื่อเขาเริ่มนำกลับมาใช้อีกครั้งก็ช่วยให้พัตต์ได้แม่นยำมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


แม็คอิลรอยปิดฉากหรูที่สกอตแลนด์


รอรี่ แม็คอิลรอย โปรกอล์ฟจากไอร์แลนด์เหนือ ทำเบอร์ดี้ที่หลุม 17 และ 18 ในการแข่งขันรอบสุดท้ายรายการ เจเนซิส สกอตติช โอเพ่น ที่สนามเรเนสซองส์ คลับ ประเทศสกอตแลนด์ การทำสองเบอร์ดี้ดังกล่าวมาได้ถูกจังหวะ ช่วยให้เขาพลิกสถานการณ์จากที่ตามหนึ่งสโตรกแซงคว้าแชมป์พีจีเอทัวร์รายการที่ 24 ในอาชีพ


ผลงานในการเล่นสองหลุมสุดท้ายของแม็คอิลรอยในวันอาทิตย์ ทำได้เยี่ยมมาก โดยตีออนห่างหลุมระยะ 6 ฟุต 7 นิ้ว เทียบกับสามวันแรกที่ระยะ 61 ฟุต 1 นิ้ว มีสโตรคเกน 2.91 ในหลุมที่ 17 และ 18 ดีกว่าสามวันแรก รวมทั้งเป็นสถิติที่ดีที่สุดของตำแหน่งแชมป์ในพีจีเอทัวร์นับตั้งแต่ปี 2004

          

แม็คอิลรอย ยังเป็นผู้เล่นคนที่ 5 ที่ทำเบอร์ดี้ในสองหลุมสุดท้ายและคว้าแชมป์นับตั้งแต่ปี 2019 เป็นชัยชนะที่เกิดขึ้นหลังจากคว้าแชมป์รายการแรกที่เวลส์ ฟาร์โก้ แชมเปี้ยนชิพ เมื่อปี 2010 จำนวน 4,823 วัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ยาวที่สุดของแชมป์ในฤดูกาลนี้  และนับเป็นฤดูกาลที่ 7 ของเขาที่ชนะเลิศหลายรายการ ดีกว่านักกอล์ฟคนอื่นๆ 3 ฤดูกาลนับตั้งแต่ปี 2012


“ฟาวเลอร์”กลับมาคว้าชัยในรอบสี่ปี


ริคกี้ ฟาวเลอร์ ห่างหายจากตำแหน่งแชมป์มานาน 4 ปี 4 เดือน กับอีก 29 วัน ดังนั้นการกลับมาคว้าชัยอีกครั้งจึงมีความพิเศษ เขาทำเบอร์ดี้ในการเล่นหลุมสุดท้าย และมาเก็บเบอร์ดี้อีกครั้งในการดวลเพลย์ออฟหลุมแรก เพื่อคว้าแชมป์รายการ ร็อคเก็ต มอร์ตเกจ คลาสสิค


โปรกอล์ฟวัย 34 ปี มีสถิติจบใน 15 อันดับแรก ในการลงเล่น 8 รายการหลังสุด ก่อนเข้าสู่การแข่งขันที่สนามดีทรอยต์ กอล์ฟ คลับ เขามีคะแนนตามหลังหนึ่งสโตรกเมื่อเข้าสู่สองวันสุดท้าย และทำได้ 10 อันเดอร์พาร์ ในการเล่น 26 หลุมสุดท้าย มีสโตรคเกน 6.06 และตีด้วยสกอร์ 60s ตลอดสี่วันเป็นครั้งแรกในรอบปีนี้  

       

ฟาวเลอร์ตีเข้ามาออน 61 กรีน ในสี่วัน เทียบเท่าสถิติดีที่สุดอันดับ 4 ของเขาในการลงเล่นในทัวร์ 14 ปี ห่างจากสถิติดีที่สุดเพียง 2 กรีน ซึ่งเขาทำได้ในรายการซีเจ คัพ เมื่อปี 2021 โดยหลุมพาร์ 5 คือหัวใจสำคัญสำหรับโปรกอล์ฟจากแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเขาเก็บแต้มได้ 12 อันเดอร์พาร์ มีสโตรคเกน 4.75 ในสนามนี้ ทำให้ฟาวเลอร์มีสถิติทำ 12 อันเดอร์พาร์ หรือดีกว่า ในหลุมพาร์ 5 เป็นครั้งที่ 6 ในระดับอาชีพ และได้แชมป์เป็นครั้งที่สองจาก 6 ครั้งที่ทำแบบนี้ได้ ที่เหลือจบใน 4 และ 5 อันดับแรก



พัตต์คมส่งสตราก้าครองแชมป์จอห์นเดียร์คลาสสิค


เซปป์ สตราก้า คือนิยามของผู้ไม่เคยยอมแพ้ในการแข่งขันรายการ จอห์น เดียร์ คลาสสิค เขาประเดิมรอบแรกตี 73 รั้งอันดับ 133 แต่พลิกสถานการณ์ทำได้ดีกว่าเดิม 10 ช็อตในการแข่งขันรอบที่สองในวันศุกร์ ผ่านตัดตัวได้อย่างไม่ยากเย็น และสถิติสกอร์ต่ำสุดต่อรอบตี 62 ในวันอาทิตย์ ส่งผลให้สตราก้าคว้าแชมป์พีจีเอทัวร์รายการที่สอง โดยเอาชนะคู่แข่ง 2 สโตรก แม้ตีตกน้ำในหลุมสุดท้าย    


สตราก้าเป็นนักกอล์ฟคนที่ 4 ในฤดูกาลนี้ที่ตีโอเวอร์พาร์ในรอบแรกแล้วกลับมาคว้าแชมป์ และเป็นอันดับออกสตาร์ทที่ต่ำที่สุดของแชมป์นับตั้งแต่ 1983 นอกจากนี้เขายังเป็นผู้เล่นคนที่5 ที่ตีตกน้ำในหลุมสุดท้ายและยังคว้าชัยได้สำเร็จนับตั้งแต่ เว็บบ์ ซิมป์สัน ทำได้ในรายการ เดอะ เพลเยอร์ส แชมเปี้ยนชิพ ปี 2018 แต่สตราก้ามีสถิติเกมพัตต์ที่ดี เขาพัตต์รวมระยะ 466.11 ฟุต ที่สนามทีพีซี เดียร์ มากที่สุดในบรรดานักกอล์ฟที่คว้าแชมป์ในฤดูกาลนี้ และในสองรอบสุดท้าย เขาทำได้ดีกว่าคู่แข่ง 10.7 ช็อต และมีสถิติพัตต์ระยะ 57 ฟุตมากกว่าคู่แข่ง


อดจ์ส นำม้วนเดียวจบคว้าแชมป์ 3 เอ็ม โอเพ่น


ลี ฮอดจ์ส ประเดิมขึ้นนำในรอบแรกหลังตี 63 และไม่เสียตำแหน่งจ่าฝูง ก่อนคว้าชัยเหนือคู่แข่ง 7 สโตรก ซึ่งเป็นสกอร์ทิ้งห่างมากที่สุดของพีจีเอทัวร์ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา และเป็นนักกอล์ฟคนที่ 11 ที่คว้าแชมป์ครั้งแรกในฤดูกาลนี้  


ปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ฮอดจ์สคว้าแชมป์คือฟอร์มการเล่นในหลุมพาร์ 5 ซึ่งเขาเก็บแต้มได้ 12 อันเดอร์พาร์ เป็นอันดับหนึ่งของสนามทีพีซี ทวิน ซิตีส์ ในปีนี้ เขาทำ 8 เบอร์ดี้ 2 อีเกิ้ล ในรอบสุดท้าย มีสโตรคเกน +0.58 ในหลุมพาร์ 5 เป็นผลงานที่ดีที่สุดเป็นอันดับ 5 ในทุกรายการของปีนี้ และแม้ฮอดจ์ส เพิ่งลงเล่นไปเพียง 64 รายการในทัวร์อาชีพ แต่สามารถรับมือกับความกดดันได้ดีไม่แพ้โปรจอมเก๋า และโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมใน 9 หลุมสุดท้าย  โดยมีสถิติทำคะแนนรวมในการเล่น 9 หลุมสุดท้าย 15 อันเดอร์พาร์ ดีกว่านักกอล์ฟคนอื่นๆ ในสนาม


“นอร์แมน” ผงาดแชมป์ที่บาร์บาโซล แชมเปี้ยนชิพ


วินเซนต์ นอร์แมน โปรกอล์ฟจากสวีเดน ผงาดครองแชมป์บาร์บาโซล แชมเปียนชิพ ที่สนามคีน เทรซ ในเมืองนิโคลาสวิลล์ รัฐเคนทักกี ประเทศสหรัฐอเมริกา ชัยชนะดังกล่าวถือเป็นแชมป์พีจีเอทัวร์รายการแรกของนอร์แมน ในการลงเล่น 23 รายการ มีสถิติการเล่น 9 หลุมแรก ดีกว่า 9 หลุมหลังตลอดสัปดาห์  โดยเก็บแต้มรวม 15 อันเดอร์พาร์ ในการเล่น 9 หลุมแรก และทำได้ 6 อันเดอร์พาร์ใน 9 หลุมหลัง


ความแตกต่างดังกล่าวเห็นได้ชัดเจนในการแข่งขันรอบสุดท้ายในวันอาทิตย์ เมื่อนอร์แมน ทำ 6 เบอร์ดี้ในช่วง 9 หลุมแรก แต่ตีอีเวนพาร์ใน 9 หลุมหลัง เขาเชฟพาร์ระยะ 8 ฟุต ที่หลุม 18 และได้ไปเพลย์ออฟตัดสินแชมป์กับ นาธาน คิมซีย์ จากอังกฤษ และนอร์แมนเอาชนะไปได้ด้วยการเซฟพาร์ที่หลุม 18 อีกครั้ง  


อัคเชย์ บาเตีย ซิวแชมป์แรกในรายการ บาร์ราคูด้า แชมเปี้ยนชิพ


อัคเชย์ บาเตีย เข้าสู่การแข่งขันในเวทีพีจีเอทัวร์ด้วยสิทธิพิเศษ และการคว้าแชมป์แรกของเขาก็เกิดขึ้นในรายการ บาร์ราคูด้า แชมเปี้ยนชิพ ที่ใช้ระบบคิดคะแนนแบบสเตเบิลฟอร์ด  บาเตียได้รับการยกย่องอย่างมากสมัยเป็นนักกอล์ฟสมัครเล่น ซึ่งเขาตัดสินใจไม่เรียนมหาวิทยาลัยและเลือกเทิร์นโปรตั้งแต่อายุ 17 ปี  ในการแข่งขันรอบสุดท้าย เขาทำเบอร์ดี้ที่หลุม 18 และได้ไปเพลย์ออฟ ก่อนเอาชนะ แพทริก รอดเจอร์ส ด้วยการเซฟพาร์


ทั้งนี้ บาเตีย พุ่งขึ้นมาอยู่ในกลุ่มผู้นำหลังทำได้ 17 คะแนนในรอบที่สาม ซึ่งเป็นสถิติที่ดีที่สุดในสนาม และมีคะแนนตามหลังร็อดเจอร์ส 3 แต้ม ตลอดสัปดาห์บาเตียทำ 23 เบอร์ดี้ 1 อีเกิ้ล 8 โบกี้ กับอีกหนึ่งดับเบิลโบกี้


เรื่อง: Helen Ross / ภาพ: Getty Images

หมายเหตุ: แฟนกีฬากอล์ฟสามารถติดตามชมการประชันฝีมือของยอดโปรกอล์ฟระดับแถวหน้าของโลกในการแข่งขันพีจีเอทัวร์ได้ทาง กอล์ฟ ชาแนล ไทยแลนด์ (Golf Channel Thailand)

No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad


Pages