“ยศพร สุวรรณวิเชียร” CEO ยุค AI กับภารกิจครั้งสำคัญ ปั้น “Banobagi” สู่สกินแคร์ระดับโลก พร้อมสร้าง “Thailand Model” ต้นแบบใหม่ในตลาดความงาม - ASEAN All News

ASEAN All News

ข่าวสารอัพเดท ทันทุกเทรนด์โลก รอบรั้วอาเซียน

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

Friday, August 21, 2026

“ยศพร สุวรรณวิเชียร” CEO ยุค AI กับภารกิจครั้งสำคัญ ปั้น “Banobagi” สู่สกินแคร์ระดับโลก พร้อมสร้าง “Thailand Model” ต้นแบบใหม่ในตลาดความงาม

เปิดตัว คุณมีน - ยศพร สุวรรณวิเชียร กรรมการผู้บริหาร บริษัท บียอนด์ บิวตี้ เทรด (Beyond Beauty Trade) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ความงามชั้นนำ เดินเกมมากกว่า การเป็นผู้นำเข้า Banobagi Facial mask เข้ามาทำตลาดในไทยจนประสบความสำเร็จ ขึ้นแท่นมาส์กหน้าที่ขายดีที่สุด ในร้าน Watsons 7 ปีซ้อน เปิดตลาดให้คนไทยหันมานิยมใช้ Facial mask ในวงกว้าง และสร้างโมเมนตัมให้ Banobagi รุกธุรกิจกลุ่มคอสเมติกในตลาดต่างประเทศ จนได้รับข้อเสนอให้เข้าถือหุ้น 10% ใน บาโนบากิ คอสเมติก ธุรกิจในเครือโรงพยาบาลศัลยกรรม อันดับ Top 5 ในเกาหลี ถือเป็นพาร์ทเนอร์ต่างชาติเพียงรายเดียว ที่ได้รับความไว้วางใจให้ถือหุ้นร่วมเป็นเจ้าของแบรนด์ ตอกย้ำความสำเร็จ “Thailand Model” ที่กลายเป็นต้นแบบการรุกธุรกิจของ บาโนบากิ คอสเมติก ไปกว่า 26 ประเทศทั่วโลก พร้อมเผยแผนรุกธุรกิจในไทยต่อเนื่อง !!


จาก Distributor สู่ Shareholder ผู้สร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด


คุณมีน – ยศพร สุวรรณวิเชียร กรรมการผู้บริหาร บริษัท บียอนด์ บิวตี้ เทรด กล่าวว่า จุดเริ่มต้น เกิดจากความตั้งใจที่ต้องการนำผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมความงามจากทั่วโลกที่มีคุณภาพสูง เข้ามาสู่ตลาดคนไทย โดยไม่ต้องการทำหน้าที่เพียงผู้นำเข้าสินค้า แต่ต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมตั้งแต่การเลือกผลิตภัณฑ์ การพัฒนาสูตร การทำตลาด ไปจนถึงการสร้างแบรนด์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน จึงกำหนดแนวทางการทำธุรกิจของบียอนด์ บิวตี้ เทรด ตั้งแต่เริ่มต้นคือการเป็นมากกว่าผู้นำเข้าโดยใช้ความเข้าใจผิวของคนไทยเข้ามาช่วยพัฒนาสินค้า และสร้างความต้องการในตลาด ทั้งในช่องทางค้าปลีก อีคอมเมิร์ซ และทีวีช้อปปิ้งในช่วงแรก รวมถึงการทำตลาดร่วมกับ Beauty Retail Chain รายใหญ่

ดัน Banobagi จากสินค้าขายในโรงพยาบาลสู่ตลาดแมส


คุณยศพร เปิดเผยว่า เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน ผลิตภัณฑ์สกินแคร์และ Facial mask ของ Banobagi ยังไม่ถูกทำตลาดในวงกว้าง เน้นจำหน่ายให้กับผู้ใช้บริการภายในโรงพยาบาลและคลินิกศัลยกรรมเป็นหลัก หลังตนได้มีโอกาสทดลองผลิตภัณฑ์และพบกับคุณหมอเจ้าของ Banobagi ที่เกาหลี เธอมองเห็นศักยภาพของเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากเกาหลี โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยทีมแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านผิวหนังในโรงพยาบาล จึงได้เสนอและขอร่วมพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ Facial mask ให้เหมาะกับผิวหน้า สภาพอากาศและพฤติกรรมการใช้สกินแคร์ของคนไทย เพื่อนำมาขายให้กับคนไทยโดยเฉพาะ ทั้งในเรื่องเนื้อสัมผัส สารบำรุง และเทคโนโลยีการผลิต นั่นคือจุดเริ่มต้นของการนำผลิตภัณฑ์ Facial mask ของ Banobagi เข้ามาทำตลาดขายในประเทศไทยในปี 2018 ซึ่งปรากฏว่าได้การตอบรับดีเกินความคาดหมาย ผลิตภัณฑ์ขายดีมาก


ในช่วงโควิด แบรนด์มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 100% จากแคมเปญมาสก์หน้า 7 วันและยังได้รับรางวัล Watsons Award ในหมวดมาสก์หน้าขายดีที่สุดในร้านวัตสัน ต่อเนื่องถึง 7 ปีซ้อน (เริ่มตั้งแต่ปี 2020) ซึ่งเปรียบเป็นรางวัลออสการ์ของวงการบิวตี้ ในระดับที่ “มีเงินก็ซื้อไม่ได้”


นอกจากนี้เรายังได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ ที่คิดค้นโดยทีมแพทย์ผิวหนังชั้นนำของโลก เพื่อแก้ปัญหา pain point จากพฤติกรรมของคนไทยยุคใหม่ เช่น การนอนดึก พักผ่อนน้อย ใช้โซเชียลมีเดียเป็นเวลานาน ทำให้มีปัญหาผิวโทรมและใต้ตาคล้ำ จึงมีการพัฒนา Facial mask สูตรต่างๆ เพื่อแก้ปัญหา ทำให้เรายังคงเป็นแบรนด์ที่เป็น TOP of mind ได้อย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน


“เราไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นเพียงคนขายสินค้าแต่ต้องเข้าใจความต้องการว่าคนไทยต้องการสินค้าคุณภาพสูงในราคาที่จับต้องได้ แล้วนำข้อมูลเหล่านี้กลับไปทำงานร่วมกับทีม R&D ของ Banobagi เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์คนไทย จึงได้การตอบรับจนสามารถสร้างยอดขายได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง” ยศพรกล่าว

ทั้งนี้ ตลาด Facial mask ในไทยได้เติบโตขึ้นอย่างมาก มูลค่าตลาดปัจจุบันมีมูลค่ามากกว่า 6,052.9 ล้านบาทในปี 2024 ในประเทศไทย โดยข้อมูลจาก Euromonitor ชี้ว่า ตลาด Facial Mask ไทยเติบโตต่อเนื่องกว่า 73% ภายใน 5 ปี จากมูลค่า 3,487.6 ล้านบาทในปี 2019 พุ่งสู่กว่า 6,052.9 ล้านบาทในปี 2024 และยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง สำหรับยอดขายแบรนด์ Banobagi ในไทย จากปี 2018 จนถึงปัจจุบัน ยอดขายเติบโตขึ้น 500%


คุณยศพร กล่าวต่อว่า เราได้ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์กันแดดเพื่อประเทศไทยโดยเฉพาะ โดยยึดเป้าหมายที่สำคัญคือ “ศาสตร์ความงามเกาหลี ในราคาจับต้องได้ และต้องตอบโจทย์สภาพอากาศและผิวคนไทย” โดยแต่งตั้ง “พีพี กฤษฏ์” เป็นพรีเซนเตอร์ สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์กันแดด เพื่อสร้างแรงกระเพื่อมในกลุ่มแฟนคลับ และสร้างการรับรู้ในตลาด ว่า Banobagi ไม่ได้มีเพียง Facial mask ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยมี “บิวกิ้น พุฒิพงศ์” เป็นพรีเซนเตอร์ Facial mask นอกจากนี้แฟนคลับของทั้งคู่ ยังพร้อมที่จะซัพพอร์ตผลิตภัณฑ์ที่ศิลปินเป็นพรีเซนเตอร์ เพราะมีความเชื่อมั่นว่า ศิลปินได้เลือกสรรผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดในการรับเป็นพรีเซนเตอร์


ที่ผ่านมา Banobagi ได้แต่งตั้งพรีเซนเตอร์ที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยม เช่น คุณ มดดำ คชาภา เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ต่อด้วย Proxie วงศิลปินบอยแบรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง และยังมีการร่วมงานกับศิลปินเกาหลีอย่าง Ten NCT ก่อนจะมาเป็น พีพีและบิวกิ้น อีกทั้งแบรนด์กำลังจะเปิดตัวพรีเซนเตอร์ Gen Z สำหรับผลิตภัณฑ์ที่กำลังจะเปิดตัวในอนาคตอันใกล้นี้อีกด้วย.

สร้างโมเมนตัม ดันธุรกิจ บาโนบากิ คอสเมติก โตหลายเท่าตัว


คุณยศพร ยังกล่าวว่า ความสำเร็จอย่างมากในการทำตลาดประเทศไทยของ บริษัท บียอนด์ บิวตี้ เทรด ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญและเป็นแรงกระเพื่อมขนาดใหญ่ ที่ทำให้ Banobagi หันมารุกขยายธุรกิจกลุ่มคอสเมติกอย่างต่อเนื่อง ทั้งการขยายผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้น และที่สำคัญคือการขยายไปตลาดต่างประเทศ ส่งผลให้กลุ่มธุรกิจเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทั้งด้านยอดขาย ทีมงาน และตลาดต่างประเทศ ที่ปัจจุบันได้ขยายตลาดส่งออกไปขายผลิตภัณฑ์มากกว่า 26 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมทั้งเอเชีย ยุโรป และตลาดขนาดใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกา


“ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญ ที่สร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์ Banobagi คอสเมติกในต่างประเทศ และสร้างความสำเร็จในช่องทางค้าปลีก โดยเฉพาะ Watsons ที่มีส่วนสร้างโมเมนตัมให้กับแบรนด์ จนผู้แทนจำหน่ายและนักลงทุนในหลายประเทศเข้ามาเสนอตัวเป็นตัวแทนจำหน่าย ขณะที่หลายตลาดในเอเชียได้นำรูปแบบการทำตลาดจากประเทศไทยไปปรับใช้ ประเทศไทยจึงถือเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นสำคัญของธุรกิจสกินแคร์ ของ Banobagi คอสเมติก” ยศพรกล่าว

ถือหุ้น 10% จากคู่ค้าสู่ Strategic Partner


คุณยศพร กล่าวว่า จากความร่วมมือที่ต่อเนื่องและผลสำเร็จของการดำเนินงานในตลาดไทย ทำให้บริษัทแม่ คือ Banobagi คอสเมติก เกาหลี ได้เสนอให้ตนเองเข้าถือหุ้นในบริษัท 10% ซึ่งการเข้าถือหุ้นดังกล่าว สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่พัฒนาจากตัวแทนจำหน่ายไปสู่ Strategic Partner และผู้ร่วมสร้างแบรนด์ในระยะยาว เพราะมองว่าการทำธุรกิจต้องเกิดจากการที่ทั้งสองฝ่าย “เลือกกันและกัน” ขณะเดียวกันเรามองเขาเป็น Partner ไม่ใช่ Supplier และเขาก็มองเราเป็นส่วนหนึ่งของทีม การที่เกาหลีเสนอให้เราเข้าไปถือหุ้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ แต่เพราะเขามั่นใจในเรา จึงไม่ใช่แค่เรื่องการลงทุน แต่เป็นการยืนยันว่าเราจะเติบโตไปด้วยกัน


ทั้งนี้ ปัจจุบัน Banobagi เกาหลี มีธุรกิจหลักครอบคลุม 3 กลุ่มธุรกิจ คือ โรงพยาบาลศัลยกรรมความงาม การลงทุนในคลินิก และกลุ่มธุรกิจคอสเมติก โดยธุรกิจคอสเมติก มี Skincare และ Facial mask ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีขนาดและความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนต่อยอดการเติบโตในอนาคต รวมถึงแนวทางการเข้าสู่ตลาดทุนในสิงคโปร์และเกาหลี เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในระดับสากล

ตลาดสกินแคร์ไทยยังโต ชู “Innovation x Local Insight”


สำหรับทิศทางการเติบโตของธุรกิจในประเทศไทยนั้น คุณยศพร กล่าวว่า ตลาด Skincare และ Facial mask โอกาสเติบโตได้อีกมาก จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการดูแลผิวมากขึ้น และมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรม แต่ยังต้องเข้าถึงได้ในด้านราคา โดยกลยุทธ์สำคัญของบริษัท อยู่ที่การนำ Korean Innovation มาผสานกับ Local Consumer Insight เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดไทยจริง พร้อมรักษาความได้เปรียบด้านนวัตกรรมและการสร้างแบรนด์ในระยะยาว


และจากข้อมูลที่สำรวจโดย Euromonitor ที่ชี้ว่า ตลาด Facial mask ไทยเติบโตต่อเนื่อง โดยปี 2024 มีมูลค่าตลาดมากกว่า 6 พันล้านบาท ซึ่งเรามั่นใจว่าเราเป็นผู้นำในการสร้างตลาดนี้ให้เกิดขึ้น จากการเข้ามาในตลาดตั้งแต่แรกๆ และทำให้ผู้บริโภคคนไทยมีพฤติกรรมการดูแลผิวผ่านการมาสก์หน้ามากขึ้น และไม่ใช่เพียงแค่เทรนด์ระยะสั้น แต่ได้กลายเป็นพฤติกรรมถาวรของผู้บริโภคยุคใหม่ไปแล้ว โดยเราจะยังคงเป็นผู้นำเทรนด์ที่นำนวัตกรรมที่ทันสมัยใหม่ๆ จากเกาหลีมาให้คนไทยได้ใช้เป็นประเทศแรกๆ

ล่าสุดเราได้เปิดตัว กลุ่มผลิตภัณฑ์สกินแคร์ Banobagi จากนวัตกรรมล่าสุดของเกาหลี คือ PDRN ซึ่งความแตกต่างจาก PDRN ทั่ว ๆ ไป เราผสาน 2 สารสำคัญ คือ PDRN จากแซลมอนและโสมเกาหลี โดยใช้เทคโนโลยี Double ExoBoost และ Micro Grinding Method ที่ช่วยลดขนาดอนุภาค PDRN ให้ซึมผ่านชั้นผิว เพื่อฟื้นบำรุงผิวให้โกลว์ใส ยกระดับการบำรุงลึกระดับเซลล์ผิว เปลี่ยนผิวโทรมให้กลับมาฉ่ำวาว อิ่มฟู ดูสุขภาพดีในทุกขั้นตอน โดยมีผลรับรองจากงานวิจัยทุกชิ้น โดยมีผลิตภัณฑ์ 6 ตัวสำคัญ


1. PDRN + Collagen 1000 Skin Booster Foam Cleanser (โฟมล้างหน้า): คลีนผิวสะอาดล้ำลึก ทำความสะอาดคราบกันแดดได้ 99.19% โดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึง

2. PDRN + Collagen 1000 Skin Booster Wrapping Mask (มาสก์ลอกออกเนื้อฟิล์ม): เปลี่ยนเนื้อครีมเป็นฟิล์มใสใน 20 นาที บูสต์ผิวโกลว์ใสทันที +61.09% และเพิ่มความชุ่มชื้นทันที +78.21%

3. PDRN + Collagen 1000 Skin Booster Serum (เซรั่มบำรุงเข้มข้น): เซรั่มเนื้อเจลบางเบา ซึมไว สบายผิว มอบผลลัพธ์ ผิวฉ่ำโกลว์ทันที +14.02% ตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้

4. PDRN + Collagen 1000 Skin Booster Eye Cream (ครีมบำรุงรอบดวงตาและใบหน้า) ครีมบำรุงแบบ Multi-Zone Care ช่วยเติมเต็มริ้วรอยทั่วใบหน้า ให้ริ้วรอยแลดูตื้นขึ้น +3.91% ภายใน 4 สัปดาห์

5. PDRN + Collagen 1000 Skin Booster Cream (ครีมล็อคความชุ่มชื้น): ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว +13.51% พร้อมล็อคความชุ่มชื้น ให้ผิวดูฉ่ำวาว อิ่มน้ำยาวนาน

6. Hydrogel: PDRN + Collagen 100 SKIN BOOSTER HYDROGEL MASK ผิวฉ่ำโกลว์ทันที 74.9% อิ่มน้ำ ฉ่ำฟู ผสานสารสกัดจากเปลือกกล้วยสุก ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวแห้งโทรม ดูโกลว์สุขภาพดีตั้งแต่ 30 นาทีแรก


คุณยศพร กล่าวทิ้งท้ายว่า เป้าหมายของบียอนด์ บิวตี้ เทรด ยังคงเหมือนวันแรกที่เริ่มธุรกิจ คือการทำให้ผู้บริโภคไทยได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดี มีนวัตกรรมและเหมาะกับผิวคนไทยจริงๆ

No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad


Pages