นายเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล อธิบดีกรมการศาสนา เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการสวดโอ้เอ้วิหารราย ซึ่งเป็นการสวดเนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ในช่วงเข้าพรรษา กลางพรรษา และออกพรรษา โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินไปประกอบพิธีทางศาสนา ถือเป็นธรรมเนียมทางวัฒนธรรมของไทยที่มีมาอย่างยาวนานควรค่าแก่การอนุรักษ์และสืบทอดไปยังรุ่นลูกรุ่นหลาน และเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ช่วงออกพรรษา ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ กรมการศาสนา มีกำหนดสวดระหว่างวันที่ ๒๕-๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๙ และมีนักเรียนจากสถานศึกษาที่ได้รับคัดเลือกจากการประกวดสวดโอ้เอ้วิหารรายเข้าร่วมสวดวันละ ๑๒ โรงเรียน แบ่งการสวดออกเป็น ๒ รอบ คือ รอบเช้าสวดเวลา ๐๙.๐๐ น. – ๑๑.๐๐ น. และรอบบ่ายสวดเวลา ๑๓.๐๐ น. – ๑๖.๐๐ น. สวดประจำศาลาราย ๑๒ ศาลารอบพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง
ในปีนี้สถานศึกษาจากทั่วประเทศเข้าร่วมกิจกรรมสวดโอ้เอ้วิหารราย ระหว่างวันที่ ๒๕–๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๙ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง รวมทั้งสิ้น ๓๖ แห่ง โดยในวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๙ สถานศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ วิทยาลัยเทคโนโลยีตั้งตรงจิตรพณิชยการ โรงเรียนดีบุกพังงาวิทยายน โรงเรียนพนมดงรักวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คณะศึกษาศาสตร์ โรงเรียนชุมชนบ้านเขาหลาง โรงเรียนวัดอินทาราม โรงเรียนเชื้อเพลิงวิทยา โรงเรียนมัธยมวัดหนองแขม โรงเรียนสารคามพิทยาคม โรงเรียนนางรอง มหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะศึกษาศาสตร์ และโรงเรียนกัลยาณวัตร วันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๙ สถานศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย โรงเรียนราชินีบูรณะ โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา พุทธมณฑล โรงเรียนทุ่งยาวผดุงศิษย์ โรงเรียนกระเทียมวิทยา โรงเรียนวัดอินทรวิหาร โรงเรียนพนมสารคาม “พนมอดุลวิทยา” โรงเรียนสิรินธรราชวิทยาลัย โรงเรียนขุขันธ์ โรงเรียนราชวินิตบางแคปานขำ โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย นครราชสีมา และโรงเรียนอัมพรไพศาล และวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๙ สถานศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ โรงเรียนวัดห้วยจรเข้วิทยาคม โรงเรียนวัดนิมมานรดี โรงเรียนบางกล่ำวิทยา รัชมังคลาภิเษก โรงเรียนคชเผือกอนุสรณ์ โรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (วัดโบสถ์) ในพระราชูปถัมภ์ฯ โรงเรียนบ้านคาวิทยา โรงเรียนวัดไผ่ตัน โรงเรียนสตรีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ โรงเรียนพนาสนวิทยา โรงเรียนสตึก โรงเรียนบ้านเกาะวิทยา และโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบวรนิเวศศาลายา ในพระสังฆราชูปถัมภ์
ทั้งนี้ การสวดโอ้เอ้วิหารรายเป็นบทสวดที่ปฏิบัติและสืบทอดต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ โดยมีรูปแบบการอ่านกาพย์พระไชยสุริยา ซึ่งนำมาจากหนังสือ มูลบทบรรพกิจ ตำราเรียนขั้นปฐมภูมิของเด็กไทยในสมัยโบราณ ใช้ฝึกทักษะการอ่านออกเสียงและการผันวรรณยุกต์ อีกทั้งยังสอดแทรกคติธรรมที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตได้อย่างเหมาะสม การส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนได้เรียนรู้และมีส่วนร่วมในการสวดโอ้เอ้วิหารราย จึงเป็นการอนุรักษ์และสืบสานธรรมเนียมอันทรงคุณค่าที่นับวันจะเลือนหายไปจากสังคมไทย ให้คงอยู่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนเอกลักษณ์และความภาคภูมิใจในความเป็นไทย พร้อมทั้งปลูกฝังให้เยาวชนตระหนักถึงความสำคัญของประเพณีไทย และรู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ อันจะนำไปสู่การพัฒนาตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป
อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวต่อไปว่า การสวดโอ้เอ้วิหารราย ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๘ ซึ่งการสวดโอ้เอ้วิหารรายเดิมที จะมีท่วงทำนองอย่างไรไม่ปรากฏหลักฐานที่ชัดเจน แต่อาจจะมีเค้ามาจากทำนองการเทศน์มหาชาติ เนื่องจากการสวดโอ้เอ้วิหารรายสืบเนื่องมาจากการฝึกหัดเทศน์มหาชาติแล้วค่อยกลายทำนองมาเป็นทำนองเฉพาะโอ้เอ้วิหารรายในปัจจุบัน มี ๓ ทำนอง ดังนี้
๑.ทำนองกาพย์ยานี ๑๑ เป็นทำนองที่เร็ว ว่องไว ฟังดูแล้วสนุกสนาน มีการออกเสียงเอื้อน แทรกระหว่างคำ ซึ่งทำนองจะจบลงในหนึ่งบาทเท่านั้น เมื่อขึ้นบทใหม่ก็จะใช้ทำนองเดิมซ้ำอีก
๒.ทำนองกาพย์ฉบัง ๑๖ เป็นท่วงทำนองที่เนิบช้าลงมาจากทำนองกาพย์ยานี จะเป็นทำนองกลางที่ไม่ช้าและเร็วเกินไป มีเอื้อนยาวและจังหวะเร็วเพื่อความไพเราะสนุกสนาน
ตัวอย่าง บทสวดและทำนองสวด
๓. ทำนองกาพย์สุรางคนางค์ ๒๘ เป็นท่วงทำนองที่เนิบช้าที่สุด ซึ่งสร้างความไพเราะ ฟังแล้วรู้สึกสบายและให้อารมณ์เศร้า มีการเอื้อนสอดแทรกหลายที่ การอ่านเว้นจังหวะ ๒/๒ คำ อ่านได้ทั้้้้งเสียงธรรมดาและเป็นทำนองเสนาะ
อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวเพิ่มเติมว่า การสวดโอ้เอ้วิหารรายในครั้งอดีตได้หายไปเป็นระยะเวลาหนึ่ง จนกระทั่งสำนักพระราชวังได้แจ้งให้กรมการศาสนาดำเนินการหาผู้ฝึกสอนการสวดคำฉันท์ตามหนังสือมูลบทบรรพกิจ และให้ประสานไปยังกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อจัดหานักเรียนมาเข้ารับการฝึกหัดสวด และนำนักเรียนเข้าไปสวดโอ้เอ้วิหารราย พร้อมกับนักสวดพระมหาชาติคำหลวงของกรมการศาสนา นับตั้งแต่เทศกาลเข้าพรรษา พุทธศักราช ๒๕๕๓ เป็นต้นมา จวบจนปัจจุบันการสวดโอ้เอ้วิหารรายนั้น กองศาสนพิธี
กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม เป็นหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรง ซึ่งมีการเปิดรับสมัครจากสถานศึกษาทั่วประเทศ เพื่อเข้ารับการอบรมและจัดการประกวดเพื่อคัดเลือกสถานศึกษาต้นแบบ และนำสถานศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมการสวดโอ้เอ้วิหารราย เข้าสวดในวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันอาสาฬหบูชา และเทศกาลเข้าพรรษา ซึ่งขณะนี้ มีสถานศึกษา ส่งนักเรียน เยาวชนเข้าร่วมโครงการจำนวนมาก รวมทั้งสิ้น ๒๓๗ แห่ง ซึ่งผู้สวดโอ้เอ้วิหารราย จะต้องมีวินัยในการฝึกฝน พัฒนาทักษะทางด้านการอ่าน และการใช้เสียงที่ถูกต้องตามทำนองสวดเพื่อการขับร้องที่ไพเราะตามทำนองที่กรมศิลปากรกำหนด ส่งเสริมให้เด็ก เยาวชนมีความซาบซึ้งในบทสวดที่แฝงด้วยศีลธรรม คติธรรม ก่อเกิดความสงบร่มเย็นภายในจิตใจ และเป็นการสืบทอดวัฒนธรรมด้านการสวดของไทยตั้งแต่สมัยโบราณเป็นมรดกของภูมิปัญญาไทยในด้านวรรณกรรม อักขรวิธี กาพย์ กลอน และภาษาไทยของชาติ สืบต่อไป






No comments:
Post a Comment